ทีมฟุตบอลบางกอกกล๊าส เกิดขึ้นมาพร้อมกับการก่อสร้างโรงงานบางกอกกล๊าส เมื่อปี 2522 โดยเริ่มจากพนักงานของบริษัทในรุ่นแรกๆ ได้ร่วมตัวกันจัดแข่งขันฟุตบอลภายใน และชุมชนใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง ทำให้กีฬาฟุตบอลมีความผูกผันกับ บริษัท บางกอกกล๊าส มาอย่างยาวนาน

Bangkok Glass Football Club goes beyond 3 decades of history starting since the construction of Bangkok Glass factory in the year 1979.  It all started as small internal soccer matches amongst the employees of Bangkok Glass.

ปี 2532 ส่วนแรงงานสัมพันธ์ได้เล็งเห็นความสำคัญของกีฬาฟุตบอลจึงได้ทำการส่งทีมฟุตบอล เข้าร่วมการแข่งขันภายนอกกับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมภายในจังหวัดปทุมธานีและประสบ ความสำเร็จจนเริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป

The importance of football only got noticed some ten years after where the employer and the employees alike decided to take their after-work games to a higher level and formed a team to participate in the inter-factory tournaments around the Pathumthani province.  Their success was soon recognized and the public around the province started to witness the birth of Bangkok Glass Football Club.

ปี 2542 พนักงานได้ร่วมตัวกันจัดตั้ง ชมรมฟุตบอลบางกอกกล๊าส อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นการรวมตัวจากหลายหน่วยงานร่วมทั้งฝ่ายบริหาร เมื่อกิจกรรมดังกล่าวได้ ได้ดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง ซึ่งมีความพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ สนาม และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในด้านฟุตบอล

But it wasn’t until 1999 when the executive board committee was formed to manage the assets of football players, equipment, stadium and other accommodations as it wasn’t just an after-work activity anymore. Things were starting to get serious.

ปี 2549 ในเดือนเมษายน การก่อตั้งสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ก็ได้เกิดขึ้นและมีการ เปิดคัดตัวนักกีฬาเป็นครั้งแรก และในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน ก็ได้มีการจัดตั้ง สมาคมกีฬาบางกอกกล๊าส เพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อเตรียมส่งทีม บางกอกกล๊าส เข้าแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง. ในต้นปี 2550

By April 2006, the Bangkok Glass Football Club (BGFC) was established.  The following month, Bangkok Glass Sports Association had been set up in order to comply with the Football Association of Thailand (FAT) to register as a member of an official football club entity, sanctioning BGFC to participate in the Ngor Royal Cup, the fourth tier of the Thai Football League.

ปี 2550 เนื่องจากทางสโมสรมีความพร้อมในทุกประการ จึงได้รับความไว้วางใจ จากสมาคมฟุตบอลฯ ให้ใช้สนามฟุตบอลบางกอกกล๊าส ในการจัดการแข่งขัน ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง. ตลอดการแข่งขัน และผลจากการแข่งขัน ในครั้งนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ขณะที่ สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ได้ครองตำแหน่งรองแชมป์ ในรายการดังกล่าวและก้าวขึ้นชั้น สู่ฟุตบอลชิงถ้วย พระราชทานประเภท ค.

BGFC had the backings of FAT as BGFC had its own stadium and all required equipment.  Bangkok Glass stadium was therefore used for the Ngor Royal Cup. The 2007 Ngor Royal Cup season saw BGFC reaching the runner-up position. 

ปี 2551 สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเล็งเห็นความ สำคัญของการพัฒนาฟุตบอลในระดับยุวชนและเยาวชน เพราะการพัฒนานักเตะ ในระดับนี้เป็นการพัฒนาฟุตบอลที่ยั่งยืน และเป็นอนาคตของทีม สโมสรฟุตบอล บางกอกกล๊าส จึงว่าจ้างผู้ฝึกสอนชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นอดีตผู้ควบคุมทีมชาติเยาวชน เยอรมนีและสโมสรฟุตบอลไกเซอร์สเลาเทิร์น เข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยการด้านเทคนิค เพื่อพัฒนาทักษะกีฬาฟุตบอลให้กับเยาวชนของสโมสร โดยร่วมกับสมาคมฟุตบอลแห่ง ประเทศไทยฯ จัดโครงการพัฒนานักเตะยุวชนอายุไม่เกิน 11 ปี ตามหลักของโครงการ วิชั่นไทยแลนด์ ในระยะเวลา 1 ปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ โดยโครงการแรกเริ่มที่จังหวัด ปทุมธานี ตามด้วยที่จังหวัดขอนแก่น และ จังหวัดระยอง ตามลำดับ ขณะเดียวกันได้มี ส่วนในการสนับสนุนนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี , 14 ปี และ 17 ปี ซึ่งทีมประสบความสำเร็จ โดยทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 12 ปี ได้อันดับ 3 ในการแข่งขันที่ ประเทศญี่ปุ่น , ทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 14 ปี ได้ครองตำแหน่งชนะเลิศ

In order to sustain the momentum, BGFC decided to invest in the development of the Youth and Junior levels in the following year.  To ensure of the success of the youth development, BGFC had hired an international coach as the technical director.  A former German junior national team coach with professional career extending to FC Kaiserslautem made an instant impact in the development of the youth level. This investment was not solely for the benefit of BGFC only.  The team and the FAT had initiated projects for U11 as Visions Thailand project, which started from Pathumthani and had expanded to Rayong and Khon Kaen provinces. The success of the youth development saw BGFC youth players participating in national teams ranging from U12, U14 and U17 levels where the U12 national team won the third place in Japan while the U14 had picked up the championship title in the same year.

ปี 2552 ช่วงเดือนมกราคม สโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงไทย ทีมฟุตบอลในการแข่งขัน ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ได้ประกาศยุบทีมเนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทาง สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี กำหนดในเรื่องของการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส จึงได้ทำการเทคโอเวอร์ สโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงไทย โดยได้ลงแข่งใน ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ปี 2552 แทน สโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงไทย ที่ยุบทีม และในปีแรกของการแข่งขัน สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส สามารถทำผลงานได้ อย่างยอดเยี่ยม ทำให้แฟนฟุตบอลย่านปทุมธานี ติดตามผลงานอย่างล้นลาม จนทีม ต้องย้ายไปเช่าสนามเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 เพื่อใช้ในการการแข่งขันชั่วคราว ขณะ เดียวกันได้ปรับปรุงสนาม ลีโอ สเตเดี้ยม ด้วยเช่นกัน และ ทีม บางกอกกล๊าส สามารถ คว้าอันดับ 3 ของในการการแข่งขันในฤดูกาลนั้น

ปี 2553 สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ได้รับความนิยมอย่างสูง และได้มีการปรับปรุงสนาม ลีโอ สเตเดี้ยม ในโครงการแรกจนเสร็จสิ้น โดยใช้ระยะเวลาเกือบ 1 ปี และเดือนมกราคม สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ส่งทีมเข้าแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “ควีส์คัพ 2552” และสามารถคว้าถ้วยแชมป์มาครองได้อย่างยอดเยี่ยม และในปีเดียวกันนั้นเองยังได้ส่ง ทีมเข้าแข่งขันในการแข่งขันฟุตบอล “สิงค์โปร คัพ” เป็นปีที่ 2 และยังทำผลได้ได้อย่างสุด ยอด เมื่อคว้าแชมป์ "สิงค์โปรคัพ 2010” มาครองได้อีกรายการ ขณะที่การแข่งขันฟุตบอล ไทยพรีเมียร์ลีก สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส จบด้วยดันดับ 5

In the year 2009, the Krung Thai Bank FC (KTBFC) had announced to dissolve their team due to inability to adhere the AFC regulation.  BGFC seized this opportunity by taking over the KTBFC in order to compete in the top flight of Thai soccer league, the Thai Premier League (TPL).  With enormous support from the Pathumthani fan base, BGFC decided to bring a massive renovation to their Leo Stadium therefore temporary moving to their arena to Klong 6 stadium where the fans enjoyed a comfortable position of third place in their debut TPL season, while also grabbing the 2009 Queen’s cup title.

In the year 2010, following their success in the national level, BGFC participated in the Singapore Cup as they did the previous year. But this time, the team flew back home with the prestigious Singapore Cup trophy in their hands. 

ปี 2554 สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ยังคงแข่งขันในลีกสูงสุดของไทยเป็นปีที่ 3 และได้ มีการปรับปรุงสนามลีโอ สเตเดี้ยม ในโครงการที่ 2 เพื่อให้สามารถจุแฟนบอลได้จำนวน 6,900 คน เพื่อรองรับกับแฟนฟุตบอลที่มีความต้องการเข้าชมเกมในสนาม ส่วนทีมก็มีการ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และ สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ก็คว้าอันดับ 5 ในปีดังกล่าว

In the TPL rankings, BGFC took the upper table positions ending the TPL 2010 season in the third place and a comfortable fifth place the following year.  Their consistency in the league ranking boosted confidence amongst the locals, leading to another renovation to the Leo stadium in the year 2011, increasing the total capacity to 6,900 seats. 

ปี 2555 ในปีนี้ เราก้าวเข้าสู่คำว่า “ครอบครัวเดียวกัน” หรือ “Family we are” เราก้าวเดิน ไปด้วยกัน ทั้ง นักฟุตบอล ทีมงาน ผู้บริหาร และ แฟนบอล ที่มุ่งมั่นจะก้าวสู่ความสำเร็จด้วยกัน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ได้โลดเล่นอยู่ในไทยพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุด ของประเทศและได้เสริมสร้างประสบการณ์ให้กับทีมได้เป็นอย่างดี หลังจากทีมจบฤดูกาล ด้วยอันดับ 8 แต่ในฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ และ โตโยต้าลีกคัพ ฟุตบอลถ้วย 2 รายการใหญ่ของประเทศ สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกของสโมสรได้ทั้ง 2 รายการเลยทีเดียว

By now, it has become apparent that it was not an after-work hobby anymore, but BGFC had become a household name around the Pathumthani province.  The management of BGFC had to take it a notch higher and find an identity for the team and the growing fans alike; a summary to bring about the general motivation for the club.
Therefore, in the year 2012, BGFC started the season with the motto “Family, We Are.” BGFC had become a family for everyone involved; the management, coaches, staff, players, and most importantly the fans of BGFC.  Although the year 2012 saw BGFC drop down to eighth place in the TPL, BGFC enjoyed a tremendous success in ThaiCom Foundation FA Cup and the Toyota League Cup both reaching the semi-finals of the top two national tournaments.

ปี 2556 สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ได้เร่งพัฒนาความเป็นเลิศในทุกด้าน ทั้งเรื่องการขยาย ความจุแฟนบอลของสนามลีโอ สเตเดี้ยม ให้เป็น 13,000 ที่นั่ง การปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก ทีมงานที่มากด้วยประสบการณ์ และพันธมิตรลูกหนังที่ร่วมกันพัฒนาทีม ทำให้ในฤดูกาล 2556 สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ทำผลงานได้อันดับ 5 ของฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก และสร้างประวัติศาสตร์รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ ได้เป็นครั้งแรกของสโมสร และจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์อีกด้วย

ปี 2557 สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ได้มุ่งมั่นที่จะสร้างและพัฒนาทีมอย่างเป็นระบบ เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จดั่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ ด้วยการรวมพลังนักฟุตบอล สต๊าฟโค้ช ทีมงาน และ แฟนบอล ของ บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อพิสูจน์ให้วงการฟุตบอลไทย ได้เห็นถึงความสามารถและความมุ่งมั่นอย่างเข้มแข็งที่จะเผชิญหน้า กับคู่แข่งทุกทีมในทุกสังเวียนลูกหนังฤดูกาล 2014 “BGFC WE DARE ทะยานสู่เป้าหมาย” และในที่สุด บางกอกกล๊าส เอฟซี ก็ได้พิสูจน์ถึงความมุ่งมั่น จนก้าวสู่ความสำเร็จ ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์อย่างเป็นทางการครั้งแรก นั่นก็คือแชมป์ฟุตบอล มูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ 2014 ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส และแฟนคลับทุกคน ทำให้ฤดูกาล 2015 บางกอกกล๊าส เอฟซี จะทยานสู่ระดับทวีปเอเชียในศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนสลีก นั่นเอง

The success of the 2012 tournaments was evident as BGFC was greeted with ever growing fan base.  By 2013 BGFC had to go through yet another expansion of the stadium, doubling the previous capacity.  With the new thirteen thousand capacity stadium, BGFC engaged with feeder clubs and ally teams to further develop the team as a whole.  More investments were injected into bring about top level working teams propelling the BGFC to take the runner-up position at the FA Cup 2013.
With the motto of “BGFC We Dare” the team had finally and rightfully took the championship trophy of the FA Cup 2014.  TPL 2014 season ended with BGFC once again influencing the upper half of the league table on the fifth position.

จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ทำให้ปี 2558 สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ตั้งเป้าหมายเพื่อ คว้าความสำเร็จให้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยกระดับทีมฟุตบอล การบริหารและจัดการ สโมสรที่มีมาตรฐานสูงมากขึ้นอีก เพื่อพิสูจน์ตัวเองในเวทีลูกหนังระดับทวีปเอเชียเป็นครั้งแรกของ สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ในการแข่งขันฟุตบอล AFC Champions League Play-off 2015 และการก้าวสู่ชัยชนะในการแข่งขันฟุตบอลทุกรายการภายในประเทศ ในฤดูกาล 2015 ต่อไป “The HUNTER BG ไล่ล่าคว้าชัย

As always, BGFC has continuously advanced their stance in the football industry, and finally Bangkok Glass FC had Asian Football Championship knocking on their door in the year 2015.  This year, Bangkok Glass FC aims hunt down all the tournaments through the 2015 season motto, “The Hunter BG.” 
Bangkok Glass FC has come a long way in their 36 years of history. From the early stages of friendly matches amongst colleagues, to a professional club winning trophies in both Thailand and abroad - from a small groups of friends watching their colleagues kicking balls around in an open field, to a fully professional stadium filled with fans from all around the city, all united and cheering for the one common goal, the Triumph of BGFC. Let the ‘Hunter BG’ triumph once again.

ปี 2559 บางกอกกล๊าส เอฟซี ยังคงพัฒนาสโมสรฯอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งเรื่องการพัฒนาทีมฟุตบอลที่มีการส่งนักเตะเดินทางไปร่วมฝึกซ้อมกับทีมพันธมิตรอย่างสโมสรเซเรโซ่ โอซาก้า ทีมในเจลีกของประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการพัฒนาในระดับเยาวชนที่ศูนย์ฝึกยามาโอกะ ฮานาซากะ อคาเดมี่ รังสิตคลอง 4 เริ่มเดินหน้าโครงการสร้างเจ้าหนูนักเตะเพื่อก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยในอนาคต ขณะที่ผลงานของทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี ในฤดูกาล 2016 นี้ ทุกคนต่างมุ่งมั่นในการคว้าชัยชนะกับคติที่ว่า “BGFC No Mercy” จนเป็นอีกฤดูกาลของทีมที่ทำผลงานได้ดีและสามารถจบด้วยอันดับที่ 3 ของศึกโตโยต้าไทยลีก นับเป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่ฤดูกาล 2009 ที่ทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี สามารถจบด้วยอันดับ 3 ซึ่งเป็นอันดับสูงที่ดีที่สุดที่ทีม “เดอะ แรบบิท” สามารถทำได้ในลีกสูงสุดของประเทศ

In 2016, Bangkok Glass FC continued to keep improving, especially in terms of quality improvement by sending players to train at the Japanese partner, Cerezo Osaka, as well as nurturing young talents to become professional athletes at Yamaoka Hanasaka Academy situated at Rangsit Klong 4. BGFC hoped their efforts will be a key success to the development of Thai football in the future. On the pitch, the team members were determined to live up to its “BGFC No Mercy” slogan and they enjoyed another good season by finishing third in 2016 Thai League, which saw them equal their best league position they achieved in 2009.